สมาคมตำรวจ » The Royal Thai Police Association
logo สมาคมตำรวจ
สมาคมตำรวจ
นายกสมาคม
พลตำรวจเอก สุวรรณ สุวรรณเวโช
เกี่ยวกับสมาคม +
สถิติสมาคมตำรวจ
ผู้ที่เป็นสมาชิกแล้ว 7,829
ผู้ที่ยังไม่เป็นสมาชิก 7
ผู้ที่ยังไม่ทราบสถานะ 9,599
จำนวนผู้ลงทะเบียน 17,435
ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 24
ผู้เยี่ยมชมเมื่อวานนี้ 176
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 106,179
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง +
บทความน่ารู้
อดทนต่อความเจ็บใจ : มายาคติในโลกตำรวจ
วันที่ 4 พ.ย. 57    เข้าชม 243   
ใช้ชีวิตเหมือนอย่างที่พวกเขาเป็น กระทำเหมือนอย่างที่พวกเขาทำ เป็นวิธีการหนึ่งในเทคนิคการศึกษาวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา        เมื่อเรื่องเล่าเกี่ยวกับโลกของตำรวจสิ้นสุดลงคำถามที่ตามมาเสมอคือ “อาจารย์เข้าไปอยู่ในโลกของตำรวจได้อย่างไร” “ทำไมตำรวจยอมให้อาจารย์ล่วงรู้ ในสิ่งที่พวกเขาทำ” “จริงๆแล้วการกระทำของตำรวจก็มีเหตุผลเหมือนกันเน๊อะ” อาจเป็นเพราะวิธีการหาความรู้ของดิฉันมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับวิธีการทำงานของตำรวจทำให้ดิฉันก้าวเข้าสู่โลกของตำรวจได้ไม่ยากนัก ถึงแม้ว่าตำรวจกับผู้ร้ายจะเป็นคู่ตรงข้าม คนละขั้ว แต่สำหรับนายตำรวจฝีมือดีนั้นพวกเขาจะต้องปรับวิถีการดำเนินชีวิตให้คลุกคลีใกล้ชิดปะปนอยู่กับกลุ่มคนที่กระทำผิด “หินก้อนเล็กๆค่อยๆเคลื่อนลงสู่บ่อน้ำอย่างเป็นธรรมชาติ” ไม่แปลก หากผู้ชมที่ไม่เข้าใจธรรมชาติเนื้อแท้ของงานจะเข้าใจผิด ตั้งคำถาม ก่นด่า สบประมาท สิ่งที่นักวิจัยภาคสนามและนายตำรวจทำได้คือ “อดทน” อดทนต่อความเจ็บใจ ทนทานต่อความเข้าใจผิด ปราศจากการชี้แจงแสดงเหตุผล หวังได้แต่เพียงว่า สักวันเมื่องานสำเร็จสังคมจะเข้าใจ สิ่งที่แตกต่างระหว่างนักวิจัยกับตำรวจคือโอกาสของการติดกับดักล่อ ธรรมชาติของงานตำรวจไม่สามารถทำให้ตำรวจยืนอยู่ในโลกสีขาวได้ การที่ตำรวจจะจับโจรได้ตำรวจต้องรู้และเข้าใจวิธีคิดและวิถีชีวิตของโจร ตำรวจฝีมือดีจึงจำเป็นต้องวิ่งเข้าและวิ่งออกระหว่างโลกของโจรกับโลกของตำรวจโดยยังคงไว้ซึ่งอุดมการณ์การเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ แววตาของนายตำรวจฝีมือดีฉายให้เห็นถึงความภาคภูมิใจพร้อมกับคำพูดผ่านน้ำเสียงเนิบช้าเจือรอยยิ้มว่า “แค่เห็นมันนั่งหงอยอยู่ในห้องขังก็มีความสุขแล้ว ชาวบ้านเขาเห็นเราจับมันได้ เขาก็ดีใจ”
การวิ่งออกจากโลกของโจร โลกของอำนาจและผลประโยชน์นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งหากไม่มีผู้ช่วยเหลือ ส่งเสริมและสนับสนุน   “ไม่มีใครรักตำรวจ” รองผู้บังคับการตำรวจท่านหนึ่งพูดกับดิฉัน ในห้วงเวลานั้นสื่อสิ่งพิมพ์ประโคมข่าวคำพูดของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ว่า “ถ้าโอนตำรวจไปอยู่กับท้องถิ่น บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ” กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการทำหน้าที่ที่มิชอบของตำรวจไทยตามมาด้วยการจุดประเด็นความคิดว่า สังคมไทยจะมั่นคงปลอดภัยและน่าอยู่มากขึ้นหากปรับโครงสร้างองค์การตำรวจ ยิ่งทำให้ดูเสมือนว่าองค์กรตำรวจไทยไร้ประสิทธิภาพและ “การรื้อโครงสร้าง” เป็นวิถีทางที่จะทำให้องค์กรตำรวจมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น      “ถ้าจะบอกว่าตำรวจเลว จริงๆแล้ว...เลวยิ่งกว่าตำรวจอีก อาจารย์รู้มั๊ยตำรวจไปจับยาบ้าพวกมันก็ไปแล้วพวกมันก็ยิงนะ แต่มันไม่ได้ยิงไอ้คนค้ายานะ มันยิงตำรวจ” ลูกศิษย์ของดิฉัน(ไม่ใช่ตำรวจ)พูดขึ้นอย่างมีอารมณ์ในขณะที่เราแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรกัน  ไม่ใช่เรื่องแปลกหากคนส่วนใหญ่จะสรุปว่า การที่เด็กอายุต่ำกว่า18ปีอยู่ในสถานบันเทิง การเกิดเพลิงไหม้ในสถานบันเทิง การมียาบ้าระบาดอย่างมากมาย หรือการกระทำอาชญากรรมอย่างอุกอาจในสังคมนั้น เป็นผลของการทำหน้าที่ที่มิชอบของตำรวจไทย ซึ่งไม่ใช่ข้อสรุปที่ผิดพลาด หากแต่ยังมีองค์กรอื่นอีกมากมายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย มีส่วนเกี่ยวข้องและได้สร้างภาพลักษณ์มายาคติบิดเบือนปกปิดความจริง องค์กรตำรวจเป็นเพียงปลายทางของปรากฏการณ์เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ส่วนผิวเท่านั้น หากพิจารณาอย่างประณีต ลึกซึ้งจะเห็นความซับซ้อนของความสัมพันธ์เชิงอำนาจและผลประโยชน์แอบแฝงที่หลบซ่อนอยู่เบื้องหลังการกระทำที่มิชอบ อุปมาอุปมัยแล้วการกระทำของตำรวจก็เป็นเพียงแค่ละครหุ่นเชิดที่มีผู้กำกับ ประพันธ์กรและทีมงานอยู่เบื้องหลังการแสดง การรื้อโครงสร้างองค์กรตำรวจจึงไม่ใช่คำตอบเดียวและคำตอบสุดท้ายของสังคมไทย
 
 
 
อ้างอิง: บทความในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
Warning: mysql_fetch_array() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/rtpaorth/domains/rtpa.or.th/public_html/view/ans.php on line 81
โพสข้อความ