สมาคมตำรวจ » The Royal Thai Police Association
logo สมาคมตำรวจ
สมาคมตำรวจ
นายกสมาคม
พลตำรวจเอก สุวรรณ สุวรรณเวโช
เกี่ยวกับสมาคม +
สถิติสมาคมตำรวจ
ผู้ที่เป็นสมาชิกแล้ว 7,829
ผู้ที่ยังไม่เป็นสมาชิก 7
ผู้ที่ยังไม่ทราบสถานะ 9,599
จำนวนผู้ลงทะเบียน 17,435
ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 24
ผู้เยี่ยมชมเมื่อวานนี้ 176
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 106,179
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง +
บทความน่ารู้
ตำรวจกับความรุนแรงในเยาวชน : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
วันที่ 4 พ.ย. 57    เข้าชม 811   
การทำงานที่สนองนโยบายของหน่วยเหนือเต็มไปด้วยความคาดหวังว่า เมื่อผลงานเข้าตากรรมการแล้วจะได้รับการพิจารณาความดีความชอบได้ยศถาบรรดาศักดิ์สมดั่งใจหวัง “อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่เห็น” นายตำรวจใหญ่พูดเตือนสติภายหลังจากที่มีนักวิชาการและผู้บริหารกล่าวชื่นชมความคิดและการปฏิบัติงานของทีมตำรวจกลุ่มหนึ่งที่นำเสนอผลการทำงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน เมื่อคิดถึงปัญหาสังคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด การมีเพศสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยจนทำให้เกิดประเด็นท้องไม่พร้อมหรือคุณแม่วัยใส การกระทำรุนแรงต่างๆ ของเยาวชนที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนล้วนแล้วแต่ทำให้ภาพเด็กและเยาวชนไทยดูน่ากลัว น่าประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย เมื่อย้อนกลับมาพิจารณาวิธีการที่เหล่าบรรดาผู้ใหญ่กระทำต่อเด็กและเยาวชนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มเยาวชนนั้น จะพบรูปแบบใหญ่ๆ ของการนำเด็กเข้ามาร่วมในกระบวนการแก้ปัญหาเยาวชน 2 รูปแบบ รูปแบบแรกคือ การเลือกแต่กลุ่มเด็กที่มีความรู้ ความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำให้ผู้ใหญ่ที่ร่วมงานด้วยได้หน้าได้ตา หรืออย่างน้อยต้องไม่เสียหน้า ไม่เสียภาพลักษณ์ของหน่วยงานหรือองค์กร ซึ่งกลุ่มเยาวชนกลุ่มนี้มักไม่ใช่กลุ่มคนที่มีปัญหาหรือเกี่ยวข้องกับปัญหามากนัก แต่เป็นกลุ่มเยาวชนที่มีความรับผิดชอบ ขยันขันแข็งในการช่วยงานครู มีความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ตามที่ครูสั่งให้ทำโดยมิได้สร้างความยุ่งยากลำบากใจให้เกิดขึ้นกับครูมากนัก

                นอกเหนือจากต้องทำตามคำสั่งของครูแล้ว เด็กกลุ่มนี้ยังไม่สามารถที่จะเข้าถึงหรือได้ใจกลุ่มเยาวชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย ดังนั้นการนำเสนอผลการดำเนินงานต่างๆ ที่ดูสวยงามเริ่ดหรูจึงมิได้บ่งชี้อย่างแท้จริงว่าสามารถแก้ปัญหาเยาวชนที่สาเหตุรากเหง้าที่มาของปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยงได้เพราะเด็กกลุ่มนี้กับเด็กกลุ่มเสี่ยงมิได้ให้การยอมรับนับถือกันจนเกิดความร่วมมือร่วมใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

                รูปแบบที่สองคือ การเลือกกลุ่มเด็กที่กระทำพฤติกรรมเสี่ยงเข้ามาร่วมในการดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งมักจะพบว่า กลุ่มผู้ใหญ่ที่เลือกใช้วิธีนี้มักจะเป็นกลุ่มตำรวจที่ดูเหมือนว่าจะทำได้มีประสิทธิภาพมากกว่าหน่วยอื่นเพราะตำรวจมีอำนาจทางกฎหมายที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาเด็กเหล่านี้อยู่ แต่วิธีการในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนก็ควรที่จะต้องถูกทบทวนและตั้งข้อสังเกต ก่อนที่จะติดกับดักไปหลงชื่นชมยกย่อง

                การจับตัวเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดมาและนำมาฝึกความอดทนของสภาพร่างกายในค่ายทหารเพียงไม่กี่วัน ตัดผมสั้นเกรียน จากนั้นมอบชุดเครื่องแบบให้ใส่และให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตำรวจในการทำงานด้านต่างๆ ได้ส่งผลให้พฤติกรรมเสี่ยงของเด็กและเยาวชนเปลี่ยนไปได้จริงหรือไม่ การกระทำดังกล่าวจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของเยาวชนกลุ่มนั้นหรือไม่ จะเกิดความหวาดระแวงขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ แบ่งพวกเขาพวกเราในกลุ่มเยาวชนหรือไม่

                หากตำรวจเปิดใจและทบทวนย่อมตระหนักได้ว่า ภาพที่สร้างขึ้น ผ่านการปราบปรามจับกุมกลุ่มเยาวชนและนำมากล่าวอ้างบอกแก่นายและสังคมว่าเป็นกลุ่มเยาวชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงรุนแรงแต่กลับใช้วิธีการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงแค่การฝึกร่างกาย การสวมเครื่องแบบ และการทำงานช่วยตำรวจตรวจค้นหรือเป็นสายคอยสอดส่องกลุ่มเสี่ยงเป้าหมาย นั้นมิได้ทำให้เด็กและเยาวชนหลุดพ้นภาวะของการที่ผู้ใหญ่ชอบเอาเด็กและเยาวชนมาทำงานเพื่อให้ตนเองมีผลงานเข้าตานายมากกว่ามีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเยาวชนอย่างแท้จริง...มันก็เป็นเพียงภาพที่สร้างขึ้นเพื่อลวงตานายหรือนักวิชการที่ไม่เข้าใจและไม่ได้สัมผัสปัญหาในพื้นที่อย่างแท้จริง...ในที่สุดเด็กก็ยังคงเป็นเหยื่อของผู้ใหญ่เหมือนเดิม!

 
 
 
อ้างอิง: โลกตำรวจ โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข จากหนังสือพิมพ์ มติชน
Warning: mysql_fetch_array() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/rtpaorth/domains/rtpa.or.th/public_html/view/ans.php on line 81
โพสข้อความ