สมาคมตำรวจ » The Royal Thai Police Association
logo สมาคมตำรวจ
สมาคมตำรวจ
นายกสมาคม
พลตำรวจเอก วินัย ทองสอง
เกี่ยวกับสมาคม +
สถิติสมาคมตำรวจ
ผู้ที่เป็นสมาชิกแล้ว 7,982
ผู้ที่ยังไม่เป็นสมาชิก 7
ผู้ที่ยังไม่ทราบสถานะ 9,765
จำนวนผู้ลงทะเบียน 17,754
ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 103
ผู้เยี่ยมชมเมื่อวานนี้ 161
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 223,057
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง +
ข้อบังคับของสมาคมตำรวจ พ.ศ. ๒๕๕๙

                                                   ข้อบังคับสมาคมตำรวจ

                      พ.ศ.๒๕๕๙

                                                       ----------------------

           หมวดที่ ๑

          ความทั่วไป

      ข้อ ๑  สมาคมนี้มีชื่อว่า  “ สมาคมตำรวจ ”   

                ย่อว่า  “ สตร.” 

                เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า  “ THE ROYAL THAI   POLICE ASSOCIATION ”  

                ย่อว่า  “ R.T.P.A.”

      ข้อ ๒  เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูปโล่และเขน   ภายในโล่มีรูปมือแปดมือประสานกัน

มีตัวหนังสือเขียนว่า  “ สมาคมตำรวจ ”  และ “ THE ROYAL THAI POLICE ASSOCIATION ”

                                                   รูปเครื่องหมายสมาคมตำรวจ

      ข้อ ๓  สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่  ณ  สโมสรตำรวจ  (โรงเรียนตำรวจนครบาล)  เลขที่ ๘๙  หมู่ ๓  

ถนนวิภาวดีรังสิต  แขวงตลาดบางเขน  เขตหลักสี่  กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐

    หมวดที่  ๒ 

 วัตถุประสงค์

      ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของสมาคมตำรวจ  เพื่อ

                       ๔.๑ เป็นแหล่งกลางสำหรับสมาชิกในการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ ในเรื่องการปฏิบัติราชการและปัญหาของข้าราชการตำรวจในเรื่องอื่นๆ

                            ๔.๒ ประกาศเกียรติคุณข้าราชการตำรวจและผู้ประกอบคุณความดี ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอันสมควรแก่การยกย่อง                                                                    

                          ๔.๓ ส่งเสริมจริยธรรมและการศึกษาของตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และราษฎรอาสาสมัคร เผยแพร่ความรู้ แนวความคิดและวิทยาการใหม่ ๆ แก่สมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ ที่จะเป็นการส่งเสริมให้การปฏิบัติราชการมีประสิทธิภาพ และเป็นผลดีแก่ประเทศชาติเป็นส่วนรวม

                               ๔.๔ ส่งเสริมสนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและบังเกิดผลดีแก่ส่วนรวม   รวมทั้งมีการปฏิบัติแก่ข้าราชการตำรวจด้วยความเหมาะสม

 และเป็นธรรมทั้งแก่ข้าราชการและสังคม

                          ๔.๕ ส่งเสริมและร่วมมือกับส่วนราชการให้มีการปรับปรุงแก้ไขระบบราชการและการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ

                              ๔.๖ ส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจประพฤติดีและปฏิบัติชอบ มีความร่วมมือและประสานงานในการปฏิบัติราชการ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมได้ทวีจำนวนขึ้น

                              ๔.๗ สนับสนุนส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีของบุคคลและมวลสมาชิก   ขจัดความไม่เป็นธรรมในสังคม    

                            ๔.๘ แสวงหาแนวทางสงเคราะห์และช่วยเหลือสมาชิกในด้านสวัสดิการ และบริการอย่างอื่นตามความจำเป็น

                            ๔.๙ เป็นตัวแทนของสมาชิกในการติดต่อสัมพันธ์กับสมาคม หรือสถาบันอื่นใด   ทั้งในและนอกประเทศ  ทั้งนี้ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการทางการเมือง

    หมวดที่ ๓ 

      สมาชิก

      ข้อ ๕  สมาชิกสมาคมมี  ๓  ประเภท

                            ๕.๑ ประเภทที่ ๑  สมาชิกสามัญ ได้แก่  ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำรวจ    หรือลูกจ้างประจำ  หรือข้าราชการบำเหน็จบำนาญที่รับหรือเคยรับเงินเดือนจากงบประมาณของกรมตำรวจทุกระดับ

                               ๕.๒ ประเภทที่ ๒ สมาชิกวิสามัญ  ได้แก่     ผู้มีส่วนร่วมในงานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมหรือเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ทางราชการตำรวจและสังคมเป็นส่วนรวมโดยสมาชิกเป็นผู้เสนอ

                              ๕.๓ ประเภทที่ ๓  สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่    บุคคลผู้ทรงเกียรติ  หรือทรงคุณวุฒิ  หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม  ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

      ข้อ ๖  สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ  ดังต่อไปนี้

                              ๖.๑  เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

                              ๖.๒ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

                          ๖.๓ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย  หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถหรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างเป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

      ข้อ ๗  ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม

                               ๗.๑ สมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าลงทะเบียน  ๕๐  บาท  และค่าบำรุงตลอดชีพ  ๓๐๐  บาท

                            ๗.๒ สมาชิกวิสามัญจะต้องเสียค่าลงทะเบียน ๕๐ บาท และค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ  ละ ๒๐๐ บาท  หากขาดการชำระค่าบำรุงเกินกว่า ๒ ปีติดต่อกันให้ถือว่าขาดจากสมาชิกภาพ หรือเสียค่าบำรุงตลอดชีพ ๑,๐๐๐ บาท 

                               ๗.๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงแต่อย่างใด

                               ๗.๔ สมาชิกทุกประเภทจะสมบูรณ์ต่อเมื่อคณะกรรมการสมาคมลงมติรับเป็นสมาชิก

      ข้อ ๘  การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขาธิการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๑ คน และให้เลขาธิการตรวจสอบแล้วเสนอใบสมัครเป็นสมาชิกพร้อมด้วยความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา     เมื่อคณะกรรมการมีมติรับผู้ใดเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบและประกาศชื่อไว้  ณ  สำนักงานใหญ่ของสมาคมไม่น้อยกว่า  ๑๕  วัน

      ข้อ ๙  ผู้สมัครเป็นสมาชิกต้องชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงในวันยื่นใบสมัคร

   ข้อ ๑๐  ในกรณีที่คณะกรรมการมีมติไม่รับผู้ใดเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการแจ้งเป็นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้นั้นทราบ  และคืนเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงให้แก่ผู้นั้นภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ

      ข้อ ๑๑  สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุ  ดังต่อไปนี้

                                ๑๑.๑ ตาย

                                ๑๑.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ     และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

                                ๑๑.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก

                                ๑๑.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม   หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน  เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม         

      ข้อ ๑๒  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

                                    ๑๒.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

                                    ๑๒.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

                                    ๑๒.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ  ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

                                    ๑๒.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

                                    ๑๒.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง  หรือได้รับการเลือกตั้ง  หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ  ๑  คะแนนเสียง

                                    ๑๒.๖ มีสิทธิร้องขอต่อสมาคม    เพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือกรณีที่มีปัญหาอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่

                                      ๑๒.๗ มีสิทธิเข้าร่วมชื่อกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดและทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

                                       ๑๒.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

                                       ๑๒.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

                                       ๑๒.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ  ของสมาคม

                                       ๑๒.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

                                       ๑๒.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

      ข้อ ๑๓  สมาชิกกิตติมศักดิ์และสมาชิกวิสามัญ มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ เว้นแต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือรับเลือกตั้ง

                                                        หมวดที่  ๔ 

                                         การดำเนินกิจการของสมาคม

      ข้อ ๑๔  ให้มี  “คณะกรรมการสมาคม”   จำนวนไม่เกิน ๔๒ คน  ประกอบด้วย  นายกสมาคม ๑ คน รองนายกสมาคม ๕ คน  เลขาธิการสมาคม ๑ คน  และกรรมการอีกไม่น้อยกว่า ๑๕ คน แต่ไม่เกิน ๓๕ คน ดังนี้

                   ๑๔.๑ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งนายกสมาคม ๑ คนจากสมาชิกสามัญ

                   ๑๔.๒ ให้นายกสมาคมแต่งตั้ง รองนายกสมาคม จากผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๑ คน และ รองนายกสมาคมอีกไม่เกิน ๔ คน  เลขาธิการสมาคม ๑  คน จากสมาชิกสามัญ

                   ๑๔.๓ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๕ คน  กรรมการจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวนที่เป็นสมาชิกสามัญไม่เกิน ๕ คน    และกรรมการอีกอย่างน้อย  ๕ คน  แต่ไม่เกิน ๒๕ คน จากสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญ

                            ๑๔.๔  ให้นายกสมาคมแต่งตั้งกรรมการดำรงตำแหน่ง  ผู้ช่วยเลขาธิการ  เหรัญญิก   ปฏิคม นายทะเบียน  ประชาสัมพันธ์  และตำแหน่งอื่น ๆ  ตามที่เห็นสมควร

                    ๑๔.๕ ให้เลขาธิการสมาคมเป็นเลขานุการที่ประชุมคณะกรรมการและทำหน้าที่เลขานุการในที่ประชุมทุกประเภทของสมาคม

      ข้อ ๑๕  คณะกรรมการสมาคมมีวาระการดำรงตำแหน่งได้คราวละ ๓ ปี    แต่จะดำรงตำแหน่งเกินกว่า ๒ วาระ ติดต่อกันมิได้ ในกรณีที่คณะกรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และยังไม่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่     ให้คณะกรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ โดยให้รีบดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ และเสนอรายชื่อขออนุญาตจดทะเบียนภายใน ๓๐ วัน

      ข้อ ๑๖  กรณีที่นายกสมาคมพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระหรือไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้   ให้รองนายกสมาคมคนที่ ๑  เป็นผู้รักษาการแทน  หากรองนายกสมาคมคนที่ ๑ ไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนได้  ให้รองนายกสมาคมลำดับถัดไปรักษาการแทน

     กรณีการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมสิ้นสุดลงตามวาระหรือนายกสมาคมพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมใหม่ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันดำรงตำแหน่งสิ้นสุดลงตามวาระ หรือถัดจากวันพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ 

       กรณีที่กรรมการสมาคมพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งสมาชิกสามัญ  เป็นกรรมการแทน โดยให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนเข้ามาแทน

      ข้อ ๑๗  คณะกรรมการมีสิทธิเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ทำประโยชน์แก่สมาคมเป็นที่ปรึกษาได้  ที่ปรึกษาอยู่ในตำแหน่งได้เท่าอายุของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

      ข้อ ๑๘  กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

                                   ๑๘.๑ ตาย

                                   ๑๘.๒ ลาออก

                                   ๑๘.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ

                                   ๑๘.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

      ข้อ ๑๙  กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

      ข้อ ๒๐  ผู้ที่คณะกรรมการมีมติรับเป็นสมาชิกสามัญก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน     มีสิทธิเลือกตั้งนายกสมาคม    

      ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมตำรวจ ต้องเป็นสมาชิกสามัญ และต้องแสดงเจตจำนง วิสัยทัศน์ ความตั้งใจช่วยเหลือเกื้อกูลกิจการของสมาคม ส่งเสริม ขยาย  ขับเคลื่อนนโยบายและวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณะ

      ข้อ ๒๑  ในการเลือกตั้ง  สมาชิกจะมาใช้สิทธิด้วยตนเองโดยลงคะแนนลับ หรือลงคะแนนทางไปรษณีย์ก็ได้  หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจะกำหนดต่อไป

      ข้อ ๒๒  อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ

                                 ๒๒.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ  เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้น จะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

                                    ๒๒.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

                                  ๒๒.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

                                    ๒๒.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี  และประชุมใหญ่วิสามัญ

                                    ๒๒.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

                                ๒๒.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม    เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

                                     ๒๒.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด  รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

                                ๒๒.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญ จำนวน ๑ ใน ๕ ของสมาชิกทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น  ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน  ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

                                  ๒๒.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง  ๆทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน  และการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

                                  ๒๒.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ  ของสมาคม   เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ

                                  ๒๒.๑๑ มีหน้าที่อื่น ๆ  ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

      ข้อ ๒๓  คณะกรรมการต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง  ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

      ข้อ ๒๔  การประชุมคณะกรรมการ  จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์    แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด                    

      ข้อ ๒๕  ในการประชุมคณะกรรมการ  ถ้านายกสมาคมและรองนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าร่วมประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

     หมวดที่ ๕

                                                      การประชุมใหญ่

      ข้อ ๒๖  การประชุมใหญ่ของสมาคม ๒ ชนิด คือ

                                  ๒๖.๑ ประชุมใหญ่สามัญ

                                  ๒๖.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ

      ข้อ ๒๗  คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ  ละ ๑ ครั้ง    ภายในเดือน มีนาคม ของทุก ๆ ปี

      ข้อ ๒๘  การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า  ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด  ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

      ข้อ ๒๙  การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษรอักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจนโดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน  และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้   ณ  สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

      ข้อ ๓๐  การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมใหญ่อย่างน้อยดังต่อไปนี้

                                    ๓๐.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

                                    ๓๐.๒ แถลงบัญชีรายรับ – รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมา ให้สมาชิกรับทราบ

                                    ๓๐.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ

                                    ๓๐.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

                                    ๓๐.๕ เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

      ข้อ ๓๑  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ     ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน จึงถือว่าครบองค์ประชุม  

     กรณีตามวรรคหนึ่ง  หากมีการตรวจสอบโดยได้รับการยืนยันและหรือถึงกำหนดเวลาประชุมแล้ว ยังมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม   ให้เลขาธิการสมาคมแจ้งสมาชิกทราบและเลื่อนเวลาออกไปและจัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้นอีกครั้งหนึ่งภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก  สำหรับการประชุมใหญ่ในครั้งหลังนี้มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม

         กรณีการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิก   หากถึงกำหนดเวลาประชุมแล้ว มีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม ให้ถือว่าการประชุมนั้นยกเลิกโดยไม่ต้องเรียกประชุมอีก

      ข้อ ๓๒  การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  แต่ถ้าคะแนนที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

      ข้อ ๓๓  ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและรองนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้  ก็ให้ที่ประชุมให้ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

                 หมวดที่ ๖

          การเงินและทรัพย์สิน

      ข้อ ๓๔  การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ    เงินสดของสมาคม ถ้ามีให้นำฝากไว้ธนาคารออมสิน   หรือธนาคารพาณิชย์ที่ใกล้เคียงกับสถานที่ตั้งสมาคมแล้วแต่มติที่ประชุมคณะกรรมการจะเห็นสมควร

      ข้อ ๓๕  การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม  จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนาม ร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขาธิการ  พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

      ข้อ ๓๖  ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน  ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)  ถ้าเกินกว่านั้น จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน  ๒๐๐,๐๐๐ บาท  (สองแสนบาทถ้วน)  ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุม

      ข้อ ๓๗  ให้เหรัญญิก  มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)  ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยได้

      ข้อ ๓๘  เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย  และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทน   ร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมทั้งประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

      ข้อ ๓๙  ผู้สอบบัญชี   จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม   และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

      ข้อ ๔๐  ผู้สอบบัญชี  มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

      ข้อ ๔๑  คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ