สมาคมตำรวจ » The Royal Thai Police Association
logo สมาคมตำรวจ
สมาคมตำรวจ
นายกสมาคม
พลตำรวจเอก วินัย ทองสอง
สถิติสมาคมตำรวจ
ผู้ที่เป็นสมาชิกแล้ว 7,977
ผู้ที่ยังไม่เป็นสมาชิก 7
ผู้ที่ยังไม่ทราบสถานะ 9,781
จำนวนผู้ลงทะเบียน 17,765
ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 96
ผู้เยี่ยมชมเมื่อวานนี้ 98
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 249,025
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง +
ข้อบังคับของสมาคมตำรวจ

(ร่าง)

ข้อบังคับสมาคมตำรวจ

พ.ศ.2563

--------------------

                     เพื่อให้การบริหารงานของสมาคมตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  มีความชัดเจนและคล่องตัว  จึงมีความจำเป็นต้องออกข้อบังคับฉบับนี้  โดยที่ประชุมสมาคมตำรวจในการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่............2563  มีมติเห็นชอบแล้วดังนี้

                                                                               หมวดที่ 1

ความทั่วไป

--------------------

                   ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสมาคมตำรวจ พ.ศ.2563”

                   ข้อ 2 ข้อบังคับนี้เมื่อนายทะเบียนได้จดทะเบียนแล้ว ให้มีผลใช้บังคับได้

                   ข้อ 3 ให้ยกเลิกข้อบังคับสมาคมตำรวจ พ.ศ.2559 และทุกฉบับก่อนหน้านี้ที่เคยบัญญัติไว้

                   ข้อ 4 สมาคมนี้ใช้ชื่อว่า “สมาคมตำรวจ” เรียกโดยย่อว่า “สตร.”

                   ข้อ 5 เครื่องหมายของสมาคมตำรวจมีลักษณะเป็นรูปโล่และเขน ภายในโล่มีรูปมือแปดมือประสานกัน  มีตัวหนังสือเขียนด้านบนว่า “สมาคมตำรวจ” และด้านล่างเขียนว่า “THE ROYAL THAI POLICE ASSOCIATION

                   ข้อ 6 สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ สโมสรตำรวจ เลขที่ 89 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

                   ข้อ 7 วัตถุประสงค์ของสมาคมตำรวจ

                             7.1 ให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความเป็นธรรมของสมาชิก ข้าราชการตำรวจ และประชาชนอย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกภูมิภาคโดยการบริหารงานในรูปแบบสมาคมตำรวจสาขาในจังหวัดต่างๆ โดยมีหัวหน้าสมาคมตำรวจสาขาเป็นผู้รับผิดชอบ

                             7.2 พัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก ข้าราชการตำรวจ และครอบครัว

                             7.3 พัฒนาศักยภาพของบุคลากรตำรวจ องค์กรตำรวจ และผู้ทำหน้าที่ในการรักษาสันติสุขของสังคม

                             7.4 ประกาศเกียรติคุณข้าราชการตำรวจ และผู้ประกอบคุณงามความดีแก่สังคม

                             7.5 สงเคราะห์ข้าราชการตำรวจ อาสาสมัคร พลเมืองดี ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่

                             7.6 ผลักดันการปรับปรุงองค์กร ระบบงาน เทคโนโลยี ระเบียบ และกฎหมาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานขององค์กรตำรวจ และองค์กรที่ทำหน้าที่รักษาสันติสุขของสังคม

                             7.7 ผลักดันให้องค์กรตำรวจเป็นองค์กรวิชาชีพที่ปราศจากการแทรกแซงจากอิทธิพลภายนอก

                             7.8 ร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างความปลอดภัย การจัดระเบียบสังคม ปัญหาความเดือดร้อน และสันติสุขของสังคม

                             7.9 ดำเนินการหรือร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายจัดการศึกษา วิจัย ฝึกอบรม จัดประชุมหรือสัมมนาทางวิชาการ จัดนิทรรศการ เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ทางวิชาการและทักษะในการปฏิบัติงานของตำรวจและการรักษาสันติสุขของสังคมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

                             7.10 ดำเนินการหรือร่วมกับองค์กรอื่น เพื่อการสาธารณกุศล และการสาธารณประโยชน์

                                                                                            หมวดที่ 2

สมาชิก

--------------------

     ข้อ 8 สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท

                          8.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตำรวจ    หรือลูกจ้างประจำหรือข้าราชการบำเหน็จบำนาญที่รับหรือเคยรับเงินเดือนจากงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกระดับ และเลขาธิการสมาคมรับเป็นสมาชิก

                          8.2 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลที่ทำประโยชน์ให้แก่ทางราชการตำรวจหรือสังคมเป็นส่วนรวม โดยสมาชิกสามัญเป็นผู้รับรองไม่น้อยกว่า 1 คน และคณะกรรมการสมาคมมีมติรับเป็นสมาชิก

                          8.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการสมาคมมีมติเชิญเข้าเป็นสมาชิก

                  ข้อ 9 สมาชิกต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

9.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ

9.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

9.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

9.4 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

                          9.5 ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

9.6 ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

     ข้อ 10 ค่าบำรุงสมาคม

10.1 สมาชิกสามัญ ชำระค่าบำรุงสมาคมครั้งเดียวตลอดชีพ 100 บาท

                          10.2 สมาชิกวิสามัญ ชำระค่าบำรุงสมาคมเป็นรายปี ๆ ละ 100 บาท หากขาดการชำระค่าบำรุงเกินกว่า 2 ปี ติดต่อกันให้ถือว่าขาดจากสมาชิกภาพ หรือเสียค่าบำรุงตลอดชีพ 1,000 บาท

10.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องชำระค่าบำรุงสมาคม

     ข้อ 11 สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุต่อไปนี้

11.1 ตาย

11.2 ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการสมาคม

11.3 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 9

                           11.4 ที่ประชุมใหญ่สมาคมหรือคณะกรรมการสมาคมได้พิจารณาอนุมัติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤติตนนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

              การลบชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนตามวรรคหนึ่ง  หากกระทำโดยมติของกรรมการสมาคมต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุมทั้งหมด  ถ้ากระทำโดยมติที่ประชุมใหญ่ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของผู้มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมใหญ่นั้น

      ข้อ 12 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้

12.1 เข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

                           12.2 เสนอความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสมาคมต่อคณะกรรมการ

12.3 ได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้นตามระเบียบของสมาคม

12.4 เข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม

12.5 ปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบของสมาคมโดยเคร่งครัด

12.6 ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

12.7 ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม

12.8 ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

12.9 ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

     ข้อ 13 สิทธิเฉพาะสมาชิกสามัญ

                           13.1 ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกสมาคม โดยจะต้องมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งด้วยตนเอง

13.2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม

13.3 รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม

                           13.4 ออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุม โดยสมาชิกคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

13.5 ร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม

                          13.6 เข้าชื่อร่วมกันจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการสมาคมหรือนายกสมาคมให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญได้

หมวดที่ 3

การดำเนินกิจการสมาคม

--------------------

                   ข้อ 14 ให้มีคณะกรรมการสมาคมคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมมีจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน และไม่เกิน 42 คน โดยให้ที่ประชุมใหญ่เลือกสมาชิกสามัญเป็นนายกสมาคมจากรายชื่อที่สมาชิกเสนอในที่ประชุมด้วยความยินยอมของบุคคลดังกล่าว ซึ่งมีสมาชิกรับรองผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อไม่น้อยกว่า 3 คน

                   ในกรณีที่มีการเสนอชื่อสมาชิกสามัญเป็นนายกสมาคมมากกว่า 1 คน ให้ใช้วิธีการเลือกนายกสมาคมโดยการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่คราวนั้นด้วยวิธีการหย่อนบัตรลงคะแนน

                   เมื่อที่ประชุมใหญ่ได้เลือกนายกสมาคมแล้ว ให้นายกสมาคมเป็นผู้คัดเลือกสมาชิกสามัญร่วมเป็นกรรมการสมาคม และให้นายกสมาคมแต่งตั้งผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 คน เป็นรองนายกสมาคมด้วย  ทั้งนี้ต้องดำเนินการแต่งตั้งแล้วนำรายชื่อคณะกรรมการสมาคมชุดใหม่ไปยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ได้เลือกตั้งนายกสมาคม

                   ข้อ 15 คณะกรรมการสมาคมมีตำแหน่ง และมีอำนาจและหน้าที่โดยสังเขป ดังต่อไปนี้

                             15.1 นายกสมาคม มีอำนาจและหน้าที่

                                      15.1.1 ควบคุมดูแลการดำเนินกิจการให้เป็นไปตามข้อบังคับ และวัตถุประสงค์ของสมาคม

                                      15.1.2 เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม

                                      15.1.3 เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก

                                      15.1.4 ทำนิติกรรมจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฉบับปัจจุบันโดยอนุโลม

                             15.2 รองนายกสมาคม มีอำนาจและหน้าที่

                                      15.2.1 เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม

                                      15.2.2 ปฏิบัติงานตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

                                      15.2.3 ทำการแทนเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยการทำการแทนให้เป็นไปตามลำดับตำแหน่ง

                             15.3 เลขาธิการ มีอำนาจและหน้าที่

                                      15.3.1 ควบคุมดูแลงานด้านธุรการของสมาคม15.3.2 กำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สมาคม

                                      15.3.3 ติดต่อประสานงานกับทั้งหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอก

                                      15.3.4 ปฏิบัติงานตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

                                      15.3.5 เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม

                             15.4 เหรัญญิก มีอำนาจและหน้าที่

                                      15.4.1 เก็บรักษาและควบคุมดูแลด้านการเงินทั้งหมดของสมาคม

                                      15.4.2 จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และงบดุลของสมาคม

                                      15.4.3 เก็บรักษาเอกสารหลักฐานต่างๆ ด้านการเงินของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

                             15.5 ปฏิคม มีอำนาจและหน้าที่

                                      15.5.1 ให้การต้อนรับสมาชิกและแขกของสมาคม

                                      15.5.2 จัดเตรียมและดูแลสถานที่ของสมาคม

                                      15.5.3 จัดเตรียมสถานที่ประชุม

                             15.6 นายทะเบียน มีอำนาจและหน้าที่

                                      15.6.1 จัดทำและเก็บรักษาทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม

                                      15.6.2 ประสานงานกับเหรัญญิกเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก

                             15.7 ประชาสัมพันธ์ มีอำนาจและหน้าที่

                                      15.7.1 เผยแพร่กิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้สมาชิกรับทราบ

                                      15.7.2 เผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

                             15.8 กรรมการกลาง มีอำนาจและหน้าที่ช่วยเหลืองานด้านต่างๆ ของสมาคมตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

                   คณะกรรมการสามารถกำหนดกรรมการตำแหน่งอื่นๆ เพิ่มเติมพร้อมกำหนดอำนาจและหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม

                   ข้อ 16 ในกรณีที่นายกสมาคมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ให้นายกสมาคมดำเนินการหรือออกคำสั่งหรือออกระเบียบหรืออื่นใด  แล้วแจ้งให้คณะกรรมการสมาคมให้ความเห็นชอบภายหลัง

                   ในกรณีคณะกรรมการสมาคมไม่ให้ความเห็นชอบให้ยุติการดำเนินการ แต่ไม่กระทบกับกรณีที่ได้คำเนินการไปแล้วนั้น

                   ข้อ 17 คณะกรรมการของสมาคมมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี แต่นายกสมาคมจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า 2 วาระไม่ได้

                   เมื่อมีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมในปีใด ให้เริ่มต้นนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนใหม่ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ของปีนั้น ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเมื่อใดก็ตาม

                   หากการเลือกตั้งนายกสมาคมไม่ได้ดำเนินการในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 60 วันตามปกติ  การเริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งและการหมดวาระของนายกสมาคมคนใหม่ให้ขอมติจากที่ประชุมใหญ่ในวันเลือกตั้งนั้น

                   ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเรียบร้อยแล้ว โดยให้ทำการส่งและรับมอบงานกันให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

                   ข้อ 18 กรณีตำแหน่งนายกสมาคมว่างลง หรือพ้นจากตำแหน่งก่อนครบกำหนดตามวาระให้คณะกรรมการทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งด้วย แต่ยังคงให้บริหารงานสมาคมไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกนายกสมาคมและคณะกรรมการชุดใหม่เข้าบริหารงานสมาคม

                   หากตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ให้ดำเนินการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ภายใน 60 วัน โดยให้นำความในข้อ 14 มาใช้บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่เหลือวาระการดำรงตำแหน่งไม่ถึง 6 เดือนก็ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งจนกว่าจะมีการเลือกนายกสมาคมคนใหม่ตามปกติ

                   ในกรณีที่กรรมการสมาคมพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้นายกสมาคมแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้น และให้อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

                   ข้อ 19 กรรมการสมาคมนอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว ให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

                             19.1 ตาย

                             19.2 ลาออก

  19.3 ขาดจากสมาชิก

                             19.4 ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกจากตำแหน่ง

                   ข้อ 20 กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายกสมาคม แต่ให้รักษาการไปพลางก่อน และนายกสมาคมจะต้องยื่นขอจดทะเบียนเพื่อเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสมาคมภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับใบลาออก

                   ข้อ 21 คณะกรรมการของสมาคมมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

                             21.1 ออกระเบียบต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบนั้นต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับสมาคม

                             21.2 แต่งตั้งถอดถอนเจ้าหน้าที่สมาคม

                             21.3 แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา หรือคณะอนุกรรมการ หรือผู้ช่วยคณะกรรมการหรือคณะกรรมการอื่นใดได้  แต่ผู้ได้รับแต่งตั้งดังกล่าวจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระที่คณะกรรมการสมาคมแต่งตั้ง

                             21.4 เรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ

                             21.5 แต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ นอกจากที่ได้กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม

                             21.6 บริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

                             21.7 รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

                             21.8 จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญในกรณีที่สมาชิกสามัญจำนวนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการสมาคม  โดยจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน

                             21.9 จัดเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

                             21.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและเผยแพร่ให้สมาชิกได้รับทราบ

                             21.11 อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

                   ข้อ 22 คณะกรรมการต้องประชุมกันเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

                   ข้อ 23 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในการประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

                   ข้อ 24 ในการประชุมคณะกรรมการสมาคม ถ้านายกสมาคมและรองนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

                                                                                            หมวดที่ 4

การประชุมใหญ่

--------------------

                   ข้อ 25 การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ประเภท

                             25.1 การประชุมใหญ่สามัญ

                             25.2 การประชุมใหญ่วิสามัญ

                   ข้อ 26 คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี และเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ในกรณีครบวาระ

                   ในกรณีที่ไม่สามารถประชุมใหญ่สามัญประจำปีภายในเดือนมีนาคมตามข้อบังคับ ให้นายกสมาคมเปิดประชุมใหญ่วิสามัญได้ภายใน 60 วัน

                   ข้อ 27 การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควร หรือสมาชิกสามัญจำนวนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการสมาคมให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้ โดยให้นายกสมาคมเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับคำร้องขอ ถ้านายกสมาคมไม่สามารถเรียกประชุมได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้สมาชิกผู้ร้องขอเป็นผู้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ตามข้อบังคับนี้

                   ข้อ 28 การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร  โดยระบุวัน  เวลา  และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

                   ข้อ 29 การประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

                             29.1 แถลงกิจการและผลงานที่ผ่านมาในรอบปี

                             29.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมา โดยผ่านการรับรองของผู้สอบบัญชีให้สมาชิกทราบเพื่อพิจารณาการรับรองงบดุล

                             29.3 เลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ

                             29.4 เลือกผู้สอบบัญชี

                             29.5 เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

                   ข้อ 30 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 100 คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม ในกรณีเมื่อล่วงเลยเวลาตามกำหนดประชุมไป 30 นาทีและสมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้เลื่อนการประชุมครั้งนั้นออกไปโดยให้คณะกรรมการสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน 14 วัน สำหรับการประชุมในครั้งหลังถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอของสมาชิกสามัญ หากสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ถึง 50 คน ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันเลิก

                   ข้อ 31 การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

                   ข้อ 32 ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและรองนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

                   ให้เลขาธิการจัดทำบันทึกรายงานการประชุมแล้วนำเสนอให้ประธานลงนามรับรองและเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจัดส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเผยแพร่ให้สมาชิกของสมาคมเพื่อทราบต่อไป

                   ในกรณีที่เลขาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมใหญ่ได้ ให้ประธานการประชุมแต่งตั้งกรรมการบริหารหรือสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

หมวดที่ 5

การเงินและทรัพย์สิน

--------------------

                    ข้อ 33 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการสมาคม โดยเงินส่วนหนึ่งฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินในนามของสมาคมตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ เว้นแต่กรณีเงินบริจาคซึ่งผู้บริจาคได้กำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น

                   การใช้จ่ายเงินของคณะกรรมการต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จัดหาเงิน หากคณะกรรมการมีเหตุจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ให้นำเสนอที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาอนุมัติเสียก่อน

                   ข้อ 34 การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคมจะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือรองนายกสมาคมคนที่ 1 ลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขาธิการ หรือผู้ช่วยเลขาธิการ

                   ข้อ 35 ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินในกิจการของสมาคมได้คราวละไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งการสั่งจ่ายเงินในแต่ละคราวจะต้องมีรายการแสดงการจ่ายเงิน และแผนการใช้เงินที่ชัดเจนโดยมีเลขาธิการและเหรัญญิกลงนามรับรองแผนการเงินนั้น แต่หากจะสั่งจ่ายเงินเกินกว่าจำนวน 300,000 บาท ต้องขออนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการก่อน

                   ข้อ 36 ให้เหรัญญิกหรือผู้ได้รับมอบหมายเก็บรักษาเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

                   ข้อ 37 เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และงบดุลให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีโดยทั่วไป การรับหรือการจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีรายการแสดงการจ่ายเงินหรือหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้รับมอบหมายร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขาธิการ

                   ข้อ 38 ให้มีผู้สอบบัญชี 1 คน ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่ทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองสรรพบัญชีทั่วไปของสมาคม ผู้สอบบัญชีจะต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายและต้องเป็นผู้ที่มิได้เป็นกรรมการสมาคม

                   กรณีที่ยังไม่มีผู้สอบบัญชี หรือผู้สอบบัญชีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเป็นการชั่วคราวได้